สรุปสั้น (TL;DR)

ทีมไทยสร้าง Agent Skill โอเพนซอร์สที่เปลี่ยนคำอธิบายหรือ repository จริงให้กลายเป็นไดอะแกรม interactive ที่ผ่าน validation 5 ชั้น - เจาะแนวคิด Typed JSON IR, pipeline Generate-Validate-Deliver และพาลงมือทำตาม 15 นาทีตั้งแต่ติดตั้งจนได้ผลลัพธ์ใช้งานจริง

ทีมไทยสร้างเครื่องมือโอเพนซอร์สที่คว้าอันดับ 1 GitHub Trending ประจำสัปดาห์ทั้งภาษา ด้วยจำนวนดาวกว่า 69,000 ดวงในเวลาไม่กี่เดือน - Archify คือ Agent Skill ที่ทำให้ AI assistant ของคุณ (Cursor, Claude Code, Codex CLI, OpenCode) วาด "ไดอะแกรมที่ตรวจสอบได้" แบบที่เครื่องมือแปลงข้อความเป็นภาพทั่วไปทำไม่ได้ บทความนี้เจาะแนวคิด โครงสร้าง และพาทำตามจริงตั้งแต่ติดตั้งจนได้ผลลัพธ์

ปัญหาที่ Archify มาแก้

ไดอะแกรมสถาปัตยกรรมมีสองโลก: เครื่องมือแบบเดิม (draw.io, Visio) วาดสวยควบคุมได้ แต่ช้าและเก่าเร็วเมื่อระบบเปลี่ยน กับ auto-diagram (Mermaid ฯลฯ) เร็วแต่ผลลัพธ์มักอ่านยาก ลายเส้นทับกัน และไม่มีทางรู้เลยว่ารูปที่ได้ "ถูกต้อง" จริงไหม Archify เลือกทางที่สาม: ให้ AI agent เป็นช่างเลย์เอาต์ แต่บังคับด้วยระบบตรวจสอบที่เข้มงวด - ทุกชิ้นงานต้องผ่าน validation ครบทุกชั้นก่อนส่งมอบ

แนวคิดหลัก: Typed JSON IR + Validation Pipeline

หัวใจของ Archify คือการแยก "ความหมาย" ออกจาก "การวาด" เป็นสองชั้น:

  1. Typed JSON IR (Intermediate Representation) - agent ไม่ได้วาด SVG ตรง ๆ แต่สร้าง JSON ที่มี schema กำหนดชัดเจน ทุกโหนด ทุกความสัมพันธ์ มีชนิดข้อมูลและกติกาที่ตรวจได้ เหมือนโค้ดที่ compile ได้ ไฟล์เดียวกันจะได้รูปเดิมทุกครั้ง (reproducible)
  2. Atomic Validation - ก่อนส่งมอบ ทุกชิ้นงานต้องผ่าน 5 ด่าน: schema check, layout rules, HTML/SVG render check, route check และ label-to-route clearance (ตัวหนังสือไม่ทับเส้น) ถ้าตกด่านไหน ระบบไม่พังเงียบ แต่ออก repair receipt เป็น JSON ระบุรหัสกฎที่ละเมิด ตัวปัญหาเป๊ะ ๆ และวิธีแก้ที่รองรับเท่านั้น - agent แก้ได้ตรงจุดในสองรอบ ไม่ต้องเดา

pipeline เต็มมี 5 ขั้น: Generate (agent สร้าง JSON IR จากคำอธิบายหรือ repository จริง) → ValidatePreview (desktop mode ที่รีเฟรชเฉพาะเวอร์ชันผ่านทุกด่าน ถ้า save ค้างจะยังโชว์ของเดิมที่ดีล่าสุด) → Deliver (ตรวจผ่านก่อนค่อยแทนที่ไฟล์จริงแบบ atomic) → Iterate (แก้เฉพาะจุด ส่วนอื่นไม่ขยับ)

5 ประเภทไดอะแกรม - เลือกให้ถูกงาน

ประเภทเหมาะกับ
Architectureส่วนประกอบระบบ บริการ ฐานข้อมูล trust boundary
WorkflowCI/CD การอนุมัติ ขั้นตอน agent ที่มี branch และ exception
Sequenceการเรียก API, cache miss, authentication ตามลำดับเวลา
Data Flowpipeline ข้อมูล การไหลของ PII ขอบเขตความอ่อนไหว
Lifecyclestate machine ที่มี retry, wait และ terminal state

แต่ละประเภทมี prompt guide ของตัวเอง - บอก scope ใหญ่ component หลัก และเส้นทางสำคัญ ส่วนรายละเอียดเสริมให้ใส่ใน "การ์ด" ของแต่ละโหนดแทนการเพิ่มเส้นเชื่อมจนรก

ลงมือทำตาม: 15 นาทีจากศูนย์ถึงไดอะแกรมของ project คุณ

ขั้นที่ 1: ติดตั้ง (คำสั่งเดียว)

npx skills add tt-a1i/archify -g

ตัวติดตั้งจะถามว่าใช้ agent ตัวไหน (Cursor / Claude Code / Codex / OpenCode) แล้ววาง skill ลงตำแหน่งที่ถูกต้องให้เอง ใช้เวลาไม่ถึงนาที ไม่ต้องมี repository ใด ๆ

ขั้นที่ 2: เริ่มจากคำอธิบาย (ยังไม่ต้องมีโค้ด)

เปิด agent แล้วพิมพ์:

Use Archify to diagram a web request: Browser calls the API,
the API checks Redis, and a cache miss queries PostgreSQL and fills the cache.

ไม่กี่วินาทีคุณจะได้ไฟล์ HTML หนึ่งไฟล์ที่เปิดใน browser ได้เลย - ลองกดโหนดไหนก็ได้เพื่อดูรายละเอียด กด R เพื่อไล่เส้นทางจริงระหว่างสองโหนด หรือ F เข้าโหมดนำเสนอ

ขั้นที่ 3: สั่งต่อเป็นภาษาธรรมชาติ

เพิ่ม authentication ก่อนถึง API
ไฮไลต์เส้นทาง cache miss
สลับเป็นธีมสว่าง

Archify เก็บ JSON source ไว้ตลอด ทุกคำสั่งแก้เฉพาะส่วนที่ขอ ส่วนอื่นอยู่เหมือนเดิม (stable iteration)

ขั้นที่ 4: ทำกับ repository จริง

อันนี้คือจุดที่ทีม Devsign มองว่า "ทรงพลังที่สุด" เปิดโปรเจกต์ใน agent แล้วสั่ง:

วิเคราะห์ repository นี้ แล้วใช้ Archify สร้าง runtime architecture diagram
แสดง 8-12 core components, เส้นทางหลักหนึ่งเส้น, external dependencies
และ trust boundaries - รายละเอียดรองใส่ในการ์ด อย่าเพิ่มเส้นเชื่อม

สิ่งที่ได้ไม่ใช่ภาพจากการเดา: โหนดที่มีหลักฐานจะติดป้าย SRC n กดแล้วเปิดไฟล์จริงพร้อมบรรทัดที่ pin ไว้กับ commit เฉพาะเจาะจง - คุณตรวจย้อนกลับไปที่โค้ดได้ทุกกล่อง ดูตัวอย่างจริงที่สร้างจาก repo mco ได้ที่นี่

ขั้นที่ 5: ส่งต่อให้ทีม

ไฟล์ HTML เป็นแบบ self-contained ฝังทุกอย่างครบในไฟล์เดียว ส่งให้ใครก็เปิดอินเทอร์แอคทีฟได้โดยไม่ต้องติดตั้งอะไร เมนู Export ก๊อป PNG ใส่คลิปบอร์ดหรือทำ share card 1200x630 สำหรับ README ได้ทันที

จุดเด่นเชิงวิศวกรรมที่ควรรู้

  • Layout judgment ไม่ใช่ auto-layout - agent เลือกลำดับชั้น ระยะห่าง และเส้นทางเส้นเอง จุดปลายที่ใช้ร่วมกันกระจายแบบ deterministic ไม่ซ้อนกันเป็นพุ่ม
  • Truthful interaction - ปุ่ม focus, upstream/downstream reach, route ทำงานจากข้อมูลที่ป้อนจริง ไม่ประดิษฐ์ topology หรืออ้างผลกระทบ runtime โดยไม่มีหลักฐาน
  • Architecture Delta - เทียบ snapshot ก่อน/หลังแบบ machine-verified พร้อม receipt เหมาะกับ PR review
  • เคารพ accessibility - อนิเมชัน finite และเปิดรับ prefers-reduced-motion อัตโนมัติ

เหมาะกับนักพัฒนาที่ต้องอธิบายสถาปัตยกรรม ทีม DevOps ทำ runbook หรือ tech lead เขียน design doc - แทนการลากกล่องใน draw.io ครึ่งชั่วโมง พิมพ์สามบรรทัดให้ agent ทำ แล้วใช้เวลาที่เหลือตรวจความถูกต้องแทน ซึ่งสำหรับงานวิศวกรรมคือสิ่งที่ควรใช้เวลามากกว่า

โปรเจกต์เป็น MIT license ใช้ฟรีทั้งทีม ดูโค้ดทั้งหมดและ Proof Lab ที่รวมตัวอย่าง 11 สถานการณ์พร้อม validation receipt ได้ที่ github.com/tt-a1i/archify

แหล่งอ้างอิง

  1. ดูตัวอย่างจริงที่สร้างจาก repo mco ได้ที่นี่ tt-a1i.github.io
  2. Proof Lab ที่รวมตัวอย่าง 11 สถานการณ์พร้อม validation receipt tt-a1i.github.io
  3. github.com/tt-a1i/archify github.com